พระราชกรณียกิจ ด้านวัฒนธรรม

   ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัตินามสกุลขึ้นเมื่อ พุทธศักราช 2456 มีพระราชประสงค์ให้นามสกุลเป็นหลักของการสืบเชื้อสายต่อเนื่องกันทางบิดาผู้ให้กำเนิด เป็นศักดิ์ศรีและแสดงสายสัมพันธ์ในทางร่วมสายโลหิตของบุคคล ก่อให้เกิดความเป็นหมู่คณะ ส่งเสริมความสามัคคีระหว่างเครือญาติ และทำให้เจ้าของสกุลสำนึกในความชั่วความดีและปฏิบัติตนดีเพื่อรักษาเกียรติของวงศ์สกุล ทรงพระกรุณาพระราชทานนามสกุลแก่บุคคลหลายสถานภาพ เท่าที่ปรากฏหลักฐาน มีจำนวน 6,432 นามสกุล พุทธศักราช 2456 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ใช้พุทธศักราชเป็นปีทางราชการ แทนรัตนโกสินทรศก และในพุทธศักราช 2462 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เรียกวันที่ 6 เมษายนว่าวันจักรี และทรงกำหนดให้เป็นวันชาติแห่งกรุงสยาม
   เนื่องจากทรงมีโอกาสทอดพระเนตรศิลปะการแสดงหลายสาขาในระหว่างทรงศึกษา ณ ต่างประเทศ เมื่อเสด็จพระราชดำเนินกลับจึงทรงอนุรักษ์และเผยแพร่โขนละครแบบไทย ในขณะเดียวกันก็ทรงส่งเสริมศิลปะการละครแบบตะวันตกควบคู่กันด้วย โดยทรงพระราชนิพนธ์บทละครทรงจัดการแสดงละคร และร่วมแสดงละครในโอกาสต่างๆ ในพุทธศักราช 2454 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งกรมมหรสพโดยรวมหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องกับด้านนาฏศิลป์และดุริยางคศิลป์มาไว้ด้วยกัน เช่น กรมโขน กรมปี่พาทย์มหาดเล็ก กองเครื่องสายฝรั่งหลวง เป็นต้น นอกจากนี้ ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งกรมศิลปากรขึ้นในกระทรวงวัง แล้วยกงานประณีตศิลป์ซึ่งกระจายอยู่ในกระทรวงต่าง ๆ มาอยู่ในความรับผิดชอบของกรมศิลปากร ทั้งยังทรงตั้งโรงเรียนทหารกระบี่หลวง (โรงเรียนพรานหลวง) ขึ้นเมื่อพุทธศักราช 2457 สำหรับฝึกหัดกุลบุตรให้มีความรู้ความชำนาญด้านนาฏดุริยางคศิลป์ เพื่อสืบทอดศิลปวัฒนธรรม อันทรงคุณค่ามิให้เสื่อมสูญไป