ความเป็นมาของศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราช

   กกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้ดำเนินโครงการศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราช ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2555 เป็นต้นมา โดยตระหนักถึงภารกิจและหน้าที่ ที่จะต้องอนุรักษ์ สืบสาน ส่งเสริมและเผยแพร่ มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของไทย ให้คงอยู่สืบไป ซึ่งการจัดทำโครงการศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราชนั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ รวมถึงการจัดเก็บข้อมูลพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ จากความทรงจำของพสกนิกรในพื้นที่นั้นๆ พร้อมทั้งจัดสร้างแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม ในปัจจุบัน มีแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมเข้าร่วมเป็นเครือข่ายศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราชทั่วประเทศจำนวน 82 แห่ง ในทุกภูมิภาค ซึ่งดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ 2555 เป็นต้นมา และในปีงบประมาณ 2557 เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้แหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม

วัตถุประสงค์

   1. เพื่อขยายเครือข่ายศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราช
   2. เพื่อดําเนินการจัดเก็บรวมรวมข้อมูลพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระบรมวงศานุวงศ์และข้อมูลมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมในแต่ละท้องถิ่น
   3. เพื่อพัฒนาพื้นที่ทางวัฒนธรรมสําหรับเป็นแหล่งรวบรวม อนุรักษ์ถ่ายทอด สืบสาน และ ใช้ประโยชน์องค์ความรู้มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม
   4. เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือในการดําเนินงานทางวัฒนธรรม หลายฝ่ายแบบพหุภาคีระหว่าง หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน
   5. เพื่อส่งเสริมและพัฒนาการต่อยอดมรดกภูมิปัญญาและสร้างสรรค์ให้เป็นสินค้าและบริการ ในภาคเศรษฐกิจสร้างสรรค

นิยามคำศัพท์

   1. ศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราช หมายถึง สถานที่ ที่รวบรวมข้อมูลพระราชกรณียกิจและเรื่องราวความประทับใจของพสกนิกรที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ภายในพื้นที่ รวมถึงเป็นแหล่งรวบรวมองค์ความรู้ และกิจกรรมที่เกี่ยวกับมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น
   2. มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม (Intangible Cultural Heritage หรือ ICH) หมายถึง การประพฤติ การปฏิบัติ การเป็นตัวแทน และการแสดงออก ความรู้ ทักษะตลอดจนเครื่องมือ วัตถุสิ่งประดิษฐ์และสถานที่ทางวัฒนธรรมที่เกี่ยวเนื่องกับสิ่งเหล่านี้ ซึ่งชุมชน กลุ่มชน และในบางกรณีปัจเจกบุคคล ยอมรับว่าเป็นส่วนหนึ่งของมรดกทางวัฒนธรรมของตน มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมซึ่งถ่ายทอดจากคนรุ่นหนึ่งไปยังคนอีกรุ่นหนึ่ง เป็นสิ่งซึ่งชุมชนและกลุ่มชนสร้างขึ้นใหม่อย่างสม่ำเสมอ และการคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม จำแนกออกเป็น 6 สาขา ดังนี้
     2.2.1 ศิลปะการแสดง หมายถึง การแสดงออกซึ่งอารมณ์ ความรู้สึก และเรื่องราวต่างๆ โดยมีผู้แสดงเป็นสื่อ ผ่านทางเสียง ได้แก่ การขับร้อง หรือการเล่นดนตรีและทางร่างกาย เช่น การร่ายรำ การเชิด การเต้น การแสดงท่าทาง
     2.2.2 งานช่างฝีมือดั้งเดิม หมายถึง ภูมิปัญญา ทักษะฝีมือช่าง การเลือกใช้วัสดุ และกลวิธี การสร้างสรรค์ที่แสดงถึง อัตลักษณ์ สะท้อนพัฒนาการทางสังคม และวัฒนธรรมของกลุ่มชน แบ่งออกเป็น ๑๐ ประเภท คือ ผ้าและผลิตภัณฑ์จากผ้า เครื่องจักสาน เครื่องรัก เครื่องปั้นดินเผา เครื่องโลหะ เครื่องไม้ เครื่องหนัง เครื่องประดับ งานศิลปกรรมพื้นบ้านและผลิตภัณฑ์อย่างอื่น
     2.2.3 วรรณกรรมพื้นบ้าน หมายถึง วรรณกรรมที่ถ่ายทอดอยู่ในวิถีชีวิตชาวบ้าน โดยครอบคลุม วรรณกรรมที่ถ่ายทอดโดยวิธีการบอกเล่า และที่เขียนเป็นลายลักษณ์อักษร แบ่งออกเป็น ๗ ประเภท คือ นิทานพื้นบ้าน ประวัติศาสตร์บอกเล่า บทสวดหรือบทกล่าวในพิธีกรรม บทร้องพื้นบ้าน สำนวนและภาษิต ปริศนาคำทายและตำรา
     2.2.4 กีฬาภูมิปัญญาไทย หมายถึง การเล่น กีฬา และศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว ที่มีการปฏิบัติ กันอยู่ในประเทศไทยและมีเอกลักษณ์สะท้อนวิถีไทย แบ่งออกเป็น ๓ ประเภท คือ การเล่นพื้นบ้าน กีฬาพื้นบ้านและศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว
     2.2.5 แนวปฏิบัติทางสังคม พิธีกรรมและงานเทศกาล หมายถึง การประพฤติปฏิบัติในแนวทาง เดียวกันของคนในชุมชนที่สืบทอดต่อกันมาบนหนทางของมงคลวิถี นำไปสู่สังคมแห่งสันติสุขแสดงให้เห็น อัตลักษณ์ของชุมชน และชาติพันธุ์นั้นๆ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ มารยาท ขนบธรรมเนียมประเพณี แลงานเทศกาล
     2.2.6 ความรู้และแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับธรรมชาติ และจักรวาล หมายถึง องค์ความรู้ วิธีการ ทักษะ ความเชื่อ แนวปฏิบัติและการแสดงออกที่พัฒนาขึ้นจากการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนกับสภาพแวดล้อม ตามธรรมชาติและเหนือธรรมชาติ แบ่งออกเป็น 5 ประเภท คือ อาหารและโภชนาการ การแพทย์แผนไทย และการแพทย์พื้นบ้าน โหราศาสตร์และดาราศาสตร์ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน และชัยภูมิและการตั้งถิ่นฐาน